บริษัท เอชเอสเทค แมททีเรียลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)

post

ตลาดท่อหด (Heat Shrink Tubing) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงปี 2025-2026

ตลาดท่อหด (Heat Shrink Tubing) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)  ในช่วงปี 2025-2026 กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายรถ EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและความต้องการวัสดุที่ปลอดภัยและทนทานมากขึ้น
1. ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากตลาด EV

การเติบโตของยอดขาย EV: การคาดการณ์ว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยจะเติบโตขึ้นกว่า 74.1% ในปี 2025 และจำนวนรถ EV ทั่วโลกจะพุ่งสูงถึง 116 ล้านคันในปี 2026 ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงท่อหดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด
ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงในรถ EV: จำเป็นต้องใช้ท่อหดที่มีคุณสมบัติเฉพาะเช่น ทนไฟ (Fireproof)และทนต่ออุณหภูมิสูงเพื่อป้องกันการลัดวงจรและความเสียหายจากความชื้น
สีส้มสำหรับแรงดันสูง:ท่อหดสีส้มกลายเป็นมาตรฐานสากลในการระบุสายไฟแรงดันสูงภายในรถยนต์ไฟฟ้าทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องผลิตท่อหดสีนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก 

2. นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ท่อหดผนังสองชั้น (Dual-wall Adhesive Heat Shrink): เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้มากขึ้นในชุดสายไฟของรถยนต์เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำและกันการกัดกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัสดุประสิทธิภาพสูง: มีการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ เช่น โพลีโอเลฟินดัดแปลง (Irradiated Polyolefin)หรือ PVDF เพื่อให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่สูงถึง 150-175°C ซึ่งจำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมภายในห้องเครื่องและชุดแบตเตอรี่
การผลิตในท้องถิ่น: แบรนด์ชั้นนำอย่าง3Mและผู้ผลิตจากจีนเริ่มมีสินค้ากลุ่มยานยนต์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อรองรับฐานการผลิต EV ในภูมิภาค 

3. ความท้าทายของตลาด
การชะลอตัวของ EV ในบางตลาด: แม้ภาพรวมจะเติบโตแต่บางภูมิภาคก็มีสัญญาณการชะลอตัวหรือการปรับแผนการผลิตรถ EV ในช่วงสั้นๆซึ่งอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนในระยะต่อไปได้
การแข่งขันด้านราคา: การแข่งขันที่สูงในตลาดรถ EV ทำให้ผู้ผลิตต้องกดดันซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนให้ลดต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรของผู้ผลิตท่อหดได้

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor